7 สาเหตุ เสี่ยง “ปัสสาวะเล็ด” ในผู้หญิง

สสาวะเล็ด

“ปัสสาวะเล็ด” หรือเรียกโรคนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า “อาการช้ำรั่ว” (Urinary Incontinence) เป็นภาวการณ์ที่นำมาซึ่งอาการปัสสาวะเล็ดที่เกิดได้กับทุกเพศ เริ่มจากวัยทำงานไปจนกระทั่งเริ่มเข้าวัยทอง

สาเหตุจากความแปลกของระบบประสาทหรือกล้ามของกระเพาะปัสสาวะ ท่อฉี่ แล้วก็ความอ่อนแอของอุ้งเชิงกราน ซึ่งอย่างข้างหลังมักเกิดขึ้นเมื่อแก่ขึ้น แล้วก็ในบางครั้งก็มีสาเหตุจากนิ่วหรือเนื้องอกในทางเดินเยี่ยวได้

อาการปัสสาวะเล็ดเกิดขึ้นเมื่อมีลักษณะ ไอ จาม หัวเราะ ที่ส่งผลให้เกิดความดันในท้องจนถึงกำเนิดเยี่ยวเล็ดออกมาได้ แม้กระนั้นระดับความร้ายแรงบางทีอาจนานับประการในแต่ละคน

อำเภอ พญ.กีรติ เชียงทองคำ แพทย์ประจำฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงมือณ์ สภากาชาดไทย ระบุถึงปัจจัยที่ทำให้มีความเสี่ยงปัสสาวะเล็ดในผู้หญิงเอาไว้ ดังต่อไปนี้

7 สาเหตุ เสี่ยง “ปัสสาวะเล็ด” ในผู้หญิง

1.การสูบบุหรี่
2.ดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม มีสารกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการปัสสาวะหลายครั้ง
3.อายุที่มากขึ้น
4.ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้เยื่อบุในกระเพาะปัสสาวะรวมทั้งท่อเยี่ยวสลายตัว
5.คนที่มีน้ำหนักตัวมากมาย หรือ โรคอ้วน
6.ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน
7.ผู้เจ็บป่วยที่ระบบประสาทส่วนควบคุมกระเพาะปัสสาวะสูญเสีย จากอุบัติเหตุรอบๆไขสันหลัง หรือสภาวะเส้นโลหิตสมองตีบตัน

วิธีรักษาอาการปัสสาวะเล็ด

แนวทางการรักษาบางทีอาจต่างๆนาๆจากต้นเหตุและก็ความร้ายแรงของอาการในแต่ละคน แต่ว่าพื้นฐานหมอบางทีอาจเสนอแนะแนวทางที่ช่วยทำให้อาการปัสสาวะเล็ดดียิ่งขึ้นได้ ดังต่อไปนี้

1.ดื่มน้ำให้พอเพียง

ควรจะกินน้ำให้ได้ 6-8 แก้วต่อวันเป็นขั้นต่ำ เพื่อช่วยทำให้ร่างกายขับปัสสาวะได้ปกติในแต่ละวัน แล้วก็ควรจะงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ รวมทั้งน้ำอัดลม เพราะเหตุว่าจะยิ่งระคายเคืองและก็กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดปวดเยี่ยวบ่อยครั้งขึ้นได้

2.ฝึกปัสสาวะให้ปกติ

รอพินิจตนเองให้ยืนขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพื่อเยี่ยวปกติ ไม่น้อยครั้งหรือมากครั้งกระทั่งเกินความจำเป็น โดยธรรมดาแล้วควรจะปัสสาวะทุก 3-4 ชั่วโมง หรือวันละ 4-8 ครั้ง

3.บริหารอุ้งเชิงกรานให้แข็งแรง

ฝึกหัดขมิบกล้ามเนื้อรอบๆนี้ (รอบช่องคลอด) อย่างแม่นยำและก็บ่อย ยกตัวอย่างเช่น ขมิบค้างไว้ 5 วินาที แล้วก็เบาๆขยับเป็น 15 วินาที ในรายที่เป็นไม่ร้ายแรงคงจะสามารถช่วยทำให้ปริมาณครั้งสำหรับการเล็ดค่อยๆน้อยลงเรื่อย

4.ลดน้ำหนัก

ในบางราย ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดเป็นเป็นผู้ที่มีน้ำหนักมากจนเกินไป เกินหลักเกณฑ์มาตรฐาน โดยเหตุนี้แม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักให้ร่างกายเข้าขั้นธรรมดาแล้ว การเสี่ยงต่ออาการปัสสาวะเล็ดก็จะน้อยลงด้วย

5.งดเว้นดูดบุหรี่

ในบางราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดมาจากการสูบยาสูบด้วยด้วยเหมือนกัน เนื่องจากสารต่างๆจากควันที่เกิดจากบุหรี่สามารถดูดซับไปสู่กระแสโลหิตแล้วก็ถ่ายออกทางกระเพาะปัสสาวะได้ รวมทั้งสารก่อโรคมะเร็งที่บางทีอาจเพิ่มการเสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ด้วย ด้วยเหตุนี้งดเว้นดูดบุหรี่ก็เลยเป็นแนวทางที่เยี่ยมที่สุด

6.รับประทานยา

แม้มีลักษณะร้ายแรงในระดับหนึ่ง แพทย์บางทีอาจไตร่ตรองให้ยามารับประทาน แต่ว่าหากยาไม่ได้เรื่อง หรือมีลักษณะอาการร้ายแรงมากมาย แพทย์บางทีอาจตรึกตรองให้รับการผ่าตัด ซึ่งโดยมากจะผ่าตัดที่รอบๆท่อปัสสาวะ